วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก
พบมากเป็นอันดับสอง ของมะเร็งในผู้หญิง รองจากมะเร็งเต้านม ในแต่ละปีประเทศไทย มีผู้ป่วยมะเร็ง รายใหม่ประมาณ 6,000 คน และเฉลี่ยวันละ 7 คน มะเร็งปากมดลูกพบในผู้หญิงอายุประมาณ  35-40 ปี
สาเหตุ
1.         จากการติดเชื้อไวรัส เอสพีวี (Humman Papilloma Virus) ชนิด 16 และ 18
2.         ปัจจัยส่งเสริม ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยการมีคู่นอนหลายคน การมีลูกมาก การสูบบุหรี่ และสภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (เอสด์)
อาการ
   โดยทั่วไปในระยะแรก จะไม่ปรากฏอาการใดๆ แต่ในระยะต่อมาผู้ป่วยจะพบ
1.         ตกขาวหรือมีเลือดออก ผิดปกติ ทางช่องคลอด
2.         ตรวจพบแผลหรือก้อนที่ปากมดลูก
การวินิจฉัย
1.         การตรวจแปบสเมีย (Pap Smear)
2.         การตรวจชิ้นเนื้อ
การรักษา
ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกอาจรักษาให้หายขาดได้เมื่อตรวจพบ โรคระยะแรก วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค โดยแพทย์จะพิจารณาเป็นรายไป ได้แก่
1.         การผ่าตัด
2.         การใส่แร่
3.         การฉายแสง
4.         เคมีบำบัด
การป้องกัน
สามารถป้องกันได้โดย
1.         การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยง
2.         ค้นหาการติดเชื้อ เอชพีวี และมะเร็งปากมดลูก โดยการตรวจแปปสเมียร์



ที่มาสถาบันมะเร็งแห่งชาติ


วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2555


 มะเร็งกระดูก

มะเร็งกล่องเสีย

มะเร็งช่องปาก

มะเร็งตับ

มะเร็งตับอ่อน

มะเร็งต่อมธัยรอยด์

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

มะเร็งต่อมลูกหมาก

มะเร็งถุงน้ำดี และท่อน้ำดี

 มะเร็งปอด

มะเร็งมดลูก

มะเร็งผิวหนัง

มะเร็งรังไข่

มะเร็งและเนื้องอกในระบบประสาท

มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

มะเร็งเต้านม

มะเร็งเม็ดเลือดขาว

มะเร็งระบบทางเดินอาหาร ปัสสาวะ และ อวัยวะสืบพันธุ์ชาย

มะเร็งโพรงหลังจมูก

วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ตัวอย่างรายได้จากโดกุดามิเอเชีย

ตัวอย่างรายได้จากโดกุดามิเอเชียโดยคุณรุ่งเจริญ  อ่อมแก้ว ศูนย์ขยายงานโดกุดามิเอเชียสาขาอุบลราชธานี  CT 174  จากวันที่ 21/12/2554 ถึง วันที่ 28/05/2555






  
เฉพาะรายได้จากรหัส 38 ไม่รวมอีก 6 รหัส
รับรายได้จากโดกุดามิเอเชียมากกว่า 7 ล้านบาท  จากทั้งหมด7 รหัส
รับรายได้แทบทุกวัน
โดกุดามิเอเชียให้คุณได้มากกว่าคำว่าสุขภาพที่ดี
รักสุขภาพที่ดีรักชีวิตที่อิศระกับโดกุดามิเอเชีย




วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

วิธีการทานโดกุดามิ


วิธีการทานโดกุดามิ
ทานเวลาท้องว่างหรือก่อนอาหาร (ผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหารให้ทานหลังอาหาร)
ผู้ป่วยหนัก,คนชรา    
      ทาน  ครึ่ง-1    ช้อนชา       วันละ 1 ครั้ง     ก่อนนอน (จนกว่าอาการจะดีขึ้น)
คนทั่วไป                        
     ทาน     1     ช้อนชา        วันละ 1 ครั้ง      ก่อนนอน (7 วันแรก)  ต่อไป ทาน      2     ช้อน                                                                    ช                                            าวันละ 2 ครั้ง เช้า- ก่อนอาหารและก่อนนอน
เพื่อสุขภาพที่ดี                   
    ทานครั้งละ  1 ช้อนชา วันละ 2 ครั้ง เช้า- ก่อนอาหารและก่อนนอน

หมายเหตุ
- หลังจากทานโดกุดามิ ให้ดื่มน้ำเปล่า (อุณหภูมิปกติ) ตาม
- สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ให้ทานโดกุดามิหลังอาหาร
- โดกุดามิสามารถทานควบคู่กับยาหมอ (ยาแผนปัจจุบัน) ได้
- โดกุดามิสามารถทานได้ทุกเพศทุกวัยโดยไม่มีอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น
โดกุดามิสามารถทานได้ตามเวลาที่ต้องการเช่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย อ่อนเพลีย มีไข้ ฯลฯ
การทานโดกุดามิให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ควรทานก่อนอาหาร (ท้องว่าง)
- โดกุดามิสามารถนำมาทาสิว แผลสด แผลเปื่อย แผลที่ติดเชื้อต่างๆ แก้อักเสบ ฯลฯ
- สุภาพสตรีก่อนและหลังคลอดบุตร สามารถทานโดกุดามิได้โดยไม่มีอันตราย
- ฯลฯ

ปฏิกิริยาตอบรับหลังจากทานโดกุดามิ
                เนื่องจากโดกุดามิเป็นสมุนไพร ซึ่งได้การรับรองจากสำนักงานอาหารและยา (อย.) และมีงานวิจัยรองรับจากสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ทดสอบถึง 2 ครั้งว่า โดกุดามิไม่มีสารพิษ เพื่อเพิ่มความมั่นใจดังนั้นการทานโดกุดามิจึงไม่มีผลข้างเคียง หรือสารตกค้างใดๆ ทั้งสิ้น แต่หลังการทานโดกุดามิจะมีการขับสารพิษเหมือนสมุนไพรทั่วๆไป ฉะนั้นหลังการทานโดกุดามิ หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ต้องตกใจ เพราะอาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 7-15 วัน หรือแล้วแต่โรคที่มีอยู่มากน้อยไม่เท่ากัน เช่นง่วงนอน ขับปัสสาวะบ่อย มีผื่นคัน มีน้ำมูกใสๆ ปวดศีรษะครั่นเนื้อครั่นตัว เจ็บปวดข้อมากขึ้น เจ็บปวดบริเวณเสริมอวัยวะ และอาการอื่นๆ เล็กน้อย (เราสามารถลดจำนวนการทานลง หรือหยุดทาน 3 วันแล้วค่อยเริ่มทานใหม่)

สิ่งที่ได้รับหลังจากทานโดกุดามิ

                - รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า
                - สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น
                - เสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้มากขึ้น
                - นอนหลับสบาย
                - ระบบขับถ่ายดีขึ้นมากๆ
                - ผิวพรรณสดใส เปล่งปลังจนเห็นได้ชัด
                - ในผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพ โดกุดามิสามารถช่วยให้ผู้ป่วย ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
   และกลับมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นตามลำดับ

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

โปรไบโอติกกับโดกุดามิ


โปรไบโอติก (Probiotics) คืออะไร
โปรไบโอติก คือ สารชีวภาพที่จุลินทรีย์โปรไบโอติกสร้างขึ้นมาและช่วยกระตุ้นส่งเสริมการมีชีวิต ซึ่งตรงกันข้ามกับคำว่า แอนตี้ไบโอติก ที่เป็นสารทำลายสิ่งมีชีวิต
จุลินทรีย์โปรไบโอติก คืออะไร จุลินทรีย์โปรไบโอติก คือ จุลินทรีย์กลุ่มดีมีประโยชน์ส่งเสริมการมีชีวิตที่สมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิต

ประโยชน์ของจุลินทรีย์โปรไบโอติก
            ให้สารโปรไบโอติกที่เป็นประโยชน์หลายชนิด สร้างสมดุลของเมตะบอลิสม์ในร้างกาย จึงช่วยสร้างสมดุลให้ร่างกายโดยรวม เพิ่มระดับภูมิคุ้มกัน ทำให้ร้างกายมีความแข็งแรง สามารถต่อสู้เชื้อโรคได้ดี ให้สารแบคเตอริโอซิน ที่เลือกทำลายจุลินทรีย์ที่ก่อใรคในร่างกาย ช่วยลดอาการอาหารเป็นพิษ ปรับสมดุลของระบบย่อยอาหาร ช่วยขจัดสารพิษ ช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส ลดการเกิดสิว ฝ้า ช่วยต้านการเกิดมะเร็ง ช่วยลดความวิตกกังวลและคลายความซึมเศร้า ช่วยลดคอเลสเตอรอล สาเหตุที่ก่อให้เกิดภาวะเส้นเลือดหัวใจและเส้นเลือดในสมองตีบ อุดตัน ช่วยให้ร่างกายเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมและธาตุเหล็ก ช่วยลดความเสียงต่อการเกิดโรคกระดูกผุ

อาหารเสริมโปรไบโอติกProbiotic ช่วยในการชะลอวัย ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง



         
         ปัจจุบัน ศาสตร์ความรู้ใหม่ๆ ทางการแพทย์ ทำให้มุมมองเรื่องความแก่ ความชรา กลายเป็นเรื่องที่เราอาจชะลอหรือป้องกันได้ หากเข้าใจกลไกการเสื่อมของร่างกาย

งานวิจัยทางการแพทย์ใหม่ๆ ทั่วทุกมุมโลก ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา พบว่าความเสื่อมชราที่เกิดกับเรา อาจมิใช่เกิดจากวันเวลาที่ผ่านไปเท่านั้น หากแต่อาจเกิดจากกลไกบางอย่างในร่างกายที่ทำงานมากเกินและเสียสมดุล กลไกดังกล่าว คือ ภาวะอักเสบเรื้อรังในร่างกาย นักวิทยาศาสตร์พบว่า ผู้ที่มีระดับการอักเสบสูง จะพบความเสื่อมของร่างกาย ผิวพรรณได้มากกว่าคนปกติทั่วไป ซึ่งก็รวมไปถึงความเสื่อมของผิวพรรณ และริ้วรอยแห่งวัยในผิวของเรานั่นเอง

ชะลอวัย ผิวพรรณเต่งตึง anti-aging วิธีชะลอวัย ป้องกันการชะลอวัย ป้องกัน ความเสื่อมชรา ความแก่ แก่ชรา แก่ก่อนวัย ภาวะอักเสบในร่างกาย

ภาวะอักเสบในร่างกายนั้น ทำหน้าที่เปรียบเหมือนตำรวจที่ปราบปรามเหล่าร้าย ให้ออกไปจากสังคม
หรือร่างกายของเรา หากแต่เมื่อเกิดการอักเสบเรื้อรังหรือมากเกิน ย่อมกระตุ้นให้ตำรวจทำงานมากเกิน ก่อให้เกิดความเสียหายเพราะมีการทำลายทั้งเชื้อโรคและเซลปกติในร่างกายไป ด้วย ผลก็คือ ความเสียหายที่สะสมมากขึ้น จนก่อให้เกิดความชราได้อย่างรวดเร็ว

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐพลูคาวต้านเชื้อนรก


    
      ไทยใจชื้นหลังสำนักงานนวัตกรรม แห่งชาติพบสมุนไพรพื้นบ้าน "คาวตอง" มีคุณสมบัติพิเศษในการรักษา การติดเชื้อ ต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ เตรียมศึกษาเชิงลึก เพื่อพัฒนาเป็นยาต้านเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุของค์การอนามัยโลกยอมรับการแพร่ระบาดของเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อยู่เหนือความคาดหมาย และพบนัยใหม่ คนวัย 50 อัพ ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ แต่เด็ก-คนวัยทำงาน กลับเสี่ยงติดเชื้อและตายมากกว่า เหตุเพราะขาดภูมิต้านทาน เชื่ออนาคตเชื้อหวัดมรณะจะดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ ส่วนหมอไทยชี้เส้นทางแพร่ระบาดของเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ผกผันกับเชื้อหวัดนก คือเริ่มจากเมืองสู่ชนบท เตือนกรุงเทพฯ จะรับมือการแพร่ระบาดได้ยาก ระบุโรงเรียนเป็นแหล่งที่ต้องดูแลมากเป็นพิเศษ

          ในขณะที่ทั่วโลกยังคงผวากับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่เกิดจากเชื้อเอ/ เอช 1 เอ็น 1 เนื่องจากเชื้อหวัดมรณะนี้ยังคร่าชีวิตพลเมืองของนานาประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ก็ยังไม่มีวัคซีน หรือยารักษาแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 28 พ.ค. ว่า จากการเปิดเผยของนายศุภชัยหล่อโลหการ ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ว่า ขณะนี้ สนช. สนับสนุนงบประมาณการวิจัยพืชสมุนไพรทางการแพทย์ เพื่อรักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ รวมทั้งเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ล่าสุดได้มีการค้นพบสมุนไพรพื้นบ้านที่เรียกว่า "คาวตอง" หรือ "ภูคาว" ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านของไทยตระกูลเดียวกับพลู พบมากทางภาคเหนือของประเทศ ลักษณะเป็นพืชล้มลุกชนิดเถา มีกลิ่นค่อนข้างคาวเหมือนคาวปลา แต่มีคุณสมบัติพิเศษในการรักษาการติดเชื้อ รักษาแผล รักษามะเร็ง ต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้